ขุนช่างเคี่ยน

ขุนช่างเคี่ยน

      อีกแห่งหนึ่งที่เราไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีดงซากุระขนาดใหญ่แอบซ่อนอยู่ใกล้ๆ กับตัวเมืองเชียงใหม่ นั่นก็คือ ขุนช่างเคี่ยน ตั้งอยู่ในพื้นที่ดอยสุเทพใกล้ตัวเมืองเชียงใหม่นี่เอง การเดินทางก็ไปไม่ยากกว่าที่คิด มีถนนลาดยางไปถึง แต่เป็นถนนแคบๆ อยู่บนดอย จนต้องคอยระมัดระวังรถที่สวนทางเข้ามา

      ปรากฏการณ์การผลิบานของดอกนางพญาเสือโคร่ง เราไม่สามารถกำหนดรู้ล่วงหน้าได้ จึงต้องมีการตรวจเช็กข้อมูลกับเพื่อนพ้อง หรือคนในท้องที่ ซึ่งจะเป็นผู้อัพเดตข้อมูลการผลิดอกบานของดอกนางพญาเสือโคร่งได้ดี ฉะนั้นเราก็ต้องพร้อมที่จะเดินทางได้ทันที

     ถนนหนทางขึ้นดอยสุเทพ จัดว่าดีมากๆ แม้ว่าจะเป็นช่วงที่มีรถราคับคั่งก็ตามที ผ่านพระธาตุดอยสุเทพ และพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ เมื่อสุดทางที่พระตำหนักแล้ว ถนนก็เริ่มแคบลง คดเคี้ยวไปท่ามกลางป่าสน จนกระทั่งมาถึงทางซ้ายลงไปยังหมู่บ้านม้งดอยปุย ก็มีป้ายบอกทางไปจุดกางเต็นท์ดอยปุย 4 กม. และบ้านขุนช่างเคี่ยน 7 กม. เราก็เลี้ยวขวาไปยังเป้าหมายที่ขุนช่างเคี่ยน

     ถนนที่มุ่งหน้าไปยังขุนช่างเคี่ยน คดเคี้ยวไปท่ามกลางแนวป่า หากมีรถสวนมาก็หาทางหลบกันเลี่ยง ต้องคอยระวังร่องน้ำด้านซ้ายที่เป็นร่องลึก ยังไงก็ต้องคอยระวังกันมากๆ 

     จนกระทั่งมาถึงลานกางเต็นท์ของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ดอยปุย ก็เป็นทำเลที่ดีมาก มีลานกางเต็นท์ มีที่จอดรถ มีห้องน้ำสะอาด มีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ คอยอำนวยความสะดวกอย่างดีมาก แต่เราได้ผ่านจุดกางเต็นท์นี้ไปก่อน เป้าหมายไปยังเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน ก็พอรู้คร่าวๆ ว่า มีที่พักและลานกางเต็นท์อยู่ด้วย 

     จากลานกางเต็นท์ดอยปุยไปยังบ้านขุนช่างเคี่ยน ประมาณ 3 กม. แต่หน่วยเกษตรที่สูงจะอยู่ก่อนถึงหมู่บ้านสักกิโลเมตรหนึ่ง ประมาณจากลานกางเต็นท์ดอยปุยไปถึงสถานีวิจัยเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยนก็ 2 กม.

     บนเส้นทางที่แคบและคดเคี้ยว เรามองลอดแนวยอดไม้ไปก็จะพบดงสีชมพูของดอกซากุระ ที่กำลังผลิบานเต็มที่ จนกระทั่งเข้าสู่ภายใต้ร่มเงาสีชมพูที่โอบคลุมสองข้างทางจนร่มครึ้ม จึงเป็นบรรยากาศที่สวยงามและแปลกตา ด้วยเรือนยอดไม้ที่เป็นสีชมพู

     กระทั่งมาถึงสถานีเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน พบว่าภายในพื้นที่สถานีแห่งนี้ค่อนข้างแคบ จอดรถได้น้อย เนื่องจากมีที่ราบน้อย ด้านล่างเป็นสนามหญ้า กางเต็นท์ได้ แต่รถลงไปยาก 

     แต่ภาพที่เราเห็นอยู่เบื้องหน้า คือ นางพญาเสือโคร่ง หรือ ดงซากุระ ที่แอบซ่อนอยู่ท่ามกลางป่าดงดอยนั้นมีสีสันสวยงามตัดกับผืนป่าสีเขียว แนวนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระ จะวางตัวเป็นรูปตัว L คือตำแหน่งด้านหน้าอยู่ด้านหลังของบ้านพัก กับแนวด้านขวาทอดยาวไปถึงบ้านพัก ลักษณะของแนวซากุระที่เห็นก็จะเรียงรายไปกับแนวถนนที่เราขับรถเข้ามานั่นเอง

     เราเลือกทำเลกางเต็นท์อยู่ใกล้กับสำนักงาน ที่สามารถมองเห็นแนวป่าซากุระได้อย่างชัดเจน จึงเป็นบรรยากาศที่ผสมผสานกับความเยือกหนาวบนดอยสูง เมื่อใกล้พลบค่ำอากาศเริ่มหนาวเย็นลง สายลมหนาวพัดผ่านมาเป็นระยะๆ 

     ช่วงเวลาที่ผ่านเลยไปจนความมืดเข้ามาเยือน เราก็ได้เสพบรรยากาศบนดอยสูงท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น จนกระทั่งเช้า เราจะเห็นพระอาทิตย์ได้ก็ประมาณเกือบ 8 โมงเช้า ซึ่งจะเป็นจังหวะเดียวกันที่แสงจะส่องไปยังแนวดงนางพญาเสือโคร่ง หรือ ซากุระ  ที่จะช่วยสีสันของดอกสวยสดใสยิ่งขึ้น

      บริเวณรายรอบพื้นที่สถานีฯ ขุนช่างเคี่ยน เราจะเห็นแนวกำแพงดอกไม้สีชมพูก่อตัวกันแน่นขนัด เรียงรายอย่างสวยงาม เราสามารถเที่ยวชมและถ่ายภาพได้อย่างใกล้ชิด เราเลือกหาทำเลถ่ายภาพตามจุดต่างๆ ได้อย่างจุใจ นอกจากนี้ยังมีดอกท้อสีขาวให้เราได้ชมอีกด้วย

     ช่วงขากลับแล้วเราขับรถย้อนกลับทางเดิม หรือถ้าออกไปทางหมู่บ้านขุนช่างเคี่ยนจะมีเส้นทางเชื่อมต่อออกไปยังบ้านห้วยตึงเฒ่า และยังออกแถวแม่ริมได้

     เราย้อนกลับทางเดิมเพื่อเก็บบันทึกแนวป่าสีชมพูที่โอบคลุมถนนในช่วงทางที่คดโค้ง จัดได้ว่าเป็นเส้นทางถนนที่สวยงดงาม เป็นเรื่องราวของธรรชาติที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาว ที่เราได้สัมผัสความงามของหมู่ดอกไม้ พร้อมกับสายลมหนาวบนยอดดอยสูงแห่งนี้

     เพื่อให้การชมบรรยากาศของดงดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือ ซากุระ ได้อย่างจุใจและเป็นบรรยากาศที่สวยสงบ เราควรเลี่ยงการเที่ยวชมในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือช่วงเทศกาล มิเช่นนั้นจะต้องเจอรถติดอย่างแน่นอน ซึ่งอาจทำให้บรรยากาศการเที่ยวชมไม่สะดวกมากนัก



กลับ